ผู้ชมทั้งหมด




อาหารเสริมสุขภาพ -> ชาสมุนไพร เพื่อสุขภาพ -> ชาสมุนไพรทีมิกซ์ T-Mixes ลดเบาหวาน ความดัน ไขมัน

ชาสมุนไพรทีมิกซ์ T-Mixes ลดเบาหวาน ความดัน ไขมัน

1,000.00 ฿

ปกติ 1500 ฿

รหัส : T-MIX ค่าจัดส่ง รวมค่าจัดส่งแล้ว
ขนาด : 1 กล่อง
สี :
จำนวน :
รายละเอียดสินค้า

ชาสมุนไพรทีมิกซ์ T-MIXES ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

 

 

เลือกโอนเงิน, เก็บเงินปลายทาง(หน้าบ้าน)

                                  ฟรีค่าจัดส่ง  


1 กล่อง ราคา 1,000 บาท (30 ซอง เฉลี่ย 33 บาทต่อซอง)

  

 

 

 

วิธีการสั่งซื้อ

1. สั่งซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ >> โอนเงิน >> จัดส่งสินค้า

2. สั่งซื้อผ่านไลน์ หรือ โทร >> โอนเงิน,เลือกเก็บเงินปลายทาง,

ตัดบัตรเครดิต(เฉพาะซื้อผ่าน App Shopee) >> ร้านจัดส่งสินค้า

    โทรหรือแอดไลน์แล้วทักเลยนะคะ  เพื่อสั่งซื้อหรือสอบถาม  


 

 

 วิธีการชงชา
 
ระดับน้ำตาลปกติ - 150 >>  ชงทีมิกซ์ในน้ำร้อนดื่มวันละ 1-2 ซอง


ระดับน้ำตาล 150-180 >>  ชงทีมิกซ์ในน้ำร้อนดื่มวันละ 2-3 ซอง

 

ระดับน้ำตาลสูง 180 ขึ้นไป >>  ชงทีมิกซ์ดื่มวันละ 3 - 5 ซองในกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า หรือต้ม และดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน


เคล็ดลับการชงชาสมุนไพร

ให้ชงในน้ำเดือด แช่ถุงชาทิ้งไว้ 5 นาที นำถุงชาออก สามารถดื่มเป็นชาร้อนหรือเย็นได้ตามชอบโดยไม่ทำให้สรรพคุณของชาสมุนไพรทีมิกซ์เสื่อม  ให้ชงซ้ำๆจนสีชาจะจาง


ประกอบด้วยใบหม่อน เจียวกู่หลาน ชะเอมเทศและเห็ดหลินจือ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย  
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และป้องกันโรคแทรกซ้อน

 
 
ใบหม่อน 
พืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีคุณค่าทางด้านโภชนาการ เนื่องจากมีโปรตีนและแร่ธาตุต่าง ๆ สูง อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางด้านการบำรุงร่างกายและรักษโรค ทางแพทย์แผนจีนโบราณได้นำใบหม่อนมาเป็นยาหลายตำรับ จึงทำให้ในปัจจุบันได้มีการศึกษาสรรพคุณของใบหม่อนอย่างกว้างขวาง ซึ่งสรรพคุณของใบหม่อนทางด้านการบำรุงร่างกายและรักษโรค สรุปได้ดังนี้

1. สารดีอ็อกซิโนจิริมายซิน (Deoxynojirimycin) มีผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือด
2. กาบา (GABA) หรือ gamma amino butyric acid มีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิต 
3. สารฟายโตสเตอรอล (Phytosterol) มีประสิทธิภาพในการลดความระดับคอเลสเตอรอล
4. แร่ธาตุ และวิตามิน ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม โปแตสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี      วิตามินเอ วิตามินบี อีกทั้งยังมี กรดอะมิโนหลายชนิด
5. สารเควอซิติน (quercetin) และ เคมเฟอรอล (kaempferol) ซึ่งเป็นสารกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่มีคุณสมบัติ             ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก ทำให้กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดแข็งแรง ยับยั้งการเกิดสารก่อ               มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดอาการแพ้ต่าง ๆ และยืดอายุเม็ดเลือดขาว
6.สารโพลีฟีนอลโดยรวม (polyphenols) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย
โดยสรรพคุณเหล่านี้ ได้ผ่านการวิจัยจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลปทุมธานี กระทรวงสาธารณสุข คณะเภสัชศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงศึกษาธิการ และกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำการศึกษาเบื้องต้นถึงประสิทธิผล และความปลอดภัยของใบหม่อน (Morus alba L.) ในการลดระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน อีกทั้งรายงานผลการศึกษาในปี 2008 ของ University of Minnesota การศึกษาพบว่า ใบหม่อน สามารถรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดและยับยั้งการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต เป็นต้น
 ***ขอบคุณข้อมูลประกอบบทความจาก คุณวิโรจน์ แก้วเรือง ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์หม่อนไหม และ ฐานข้อมูลสมุนสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ เว็บไซต์ ไทยสมุนไพร.net
 
เจียวกู่หลาน หรือปัญจขันธ์ 
พืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าด้านการบำรุงและรักษาร่างกาย ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวเอเชียมานาน จึงมีการศึกษาถึงสรรพคุณทางยาของเจียวกู่หลานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เจียวกู่หลานได้รับการยืนยันจากหลายงานวิจัยว่ามีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้
 
1. สาร (Gypenosides) ซึ่งเป็นสารประเภท ซาโพนินส์ (Saponins) ที่มีโครงสร้างของส่วนประกอบคล้ายกับสารที่พบในโสม แต่มีมากว่าโสมถึง 27 เท่า เป็นสารที่ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ ช่วยในการเพิ่ม ประสิทธิภาพต่อการสั่งงานของสมอง อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน จึงสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
2. ไกลโคไซด์ (glycoside) ช่วยระบบกล้ามเนื้อหัวใจ และระบบการ ไหลเวียนของโลหิต
3. เควอซิติน (Quercetin) และ เคมเฟอรอล ( Kaempferol ) เป็นสารกลุ่ม ฟลาโวนอยส์ ( Flavonoids ) มีคุณสมบัติ ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาล (กลูโศส) ในลำไส้เล็ก และมีฤทธิ์ต่อต้านการจับตัวกันเป็นก้อนของเกร็ดเลือด ป้องกันการเกิดภาวะอุดตันของหลอดเลือด ทำให้กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดแข็งแรง
4. โพลีฟีนอล (Polyphenols) มีคุณสมบัติป้องกัอนุมูลอิสระ ลดความเครียด เนื่องมากจากความไม่สมดุลของร่างกาย

จากสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งหมดนี้ เจียวกู่หลาน จึงได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดสมุนไพรแห่งชาติปี พ.ศ. 2548  และจากรายงานการวิจัยระหว่างปี พ.2523 ถึง พ.2550 เป็นที่มั่นใจได้ว่าเจียวกู่หลาน จึงเป็นพืชที่มีคุณค่าต่อการบำรุงและรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน เช่นงานวิจัยจากสถาบันวิจัยสมุนไพร กรวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุขได้ทำการศึกษาลดฤทธิ์น้ำตาล ด้วยสารสกัดจากเจียวกู่หลาน ได้รายงานว่า 
สรรพคุณที่มีอยู่ในเจียวกู้หลานจะทำการกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งสารอินซูลิน และยับยั้งการดูดซึมกลูโคส ในทางเดินอาหาร มีให้ผลให้สรรพคุณในการต้านการอักเสบ เป็นต้น
             ขอบคุณข้อมูลจากสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

 
เห็ดหลินจือ  
พืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับจากชาวจีนมาเป็นเวลากว่าพันปีว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน  อีกทั้งยังถูกจัดให้เป็นยาอายุวัฒนะสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาวและสุขภาพที่แข็งแรง เนื่องด้วยสรรพคุณทางยาที่มากด้วยคุณค่าต่อการบำรุงและรักษาร่างกาย ดังนี้
 

  1. สารไตรเทอร์พีนอยด์ชนิดขม (Bitter Triterpenoid) ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ยังพบฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในตับได้อีกด้วย
  2. สารโพลิแซ็คคาไรด์ (Polysaccharide) ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จากการเพิ่มอินซูลินซึ่งทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรค ทำให้มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส และต้านมะเร็ง
  3. สารเฮอร์โกสเตอรอล (Ergosterol) ในส่วนที่มีเฉพาะในเห็ดหลินจือตนั้นมีฤทธิ์ในการลดพิษที่มีต่อตับ ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งตับ
  4. กลุ่มสารนิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) ช่วยยับยั้งการรวมกลุ่มของเกร็ดเลือด จึงป้องกันการอุดตันจากลิ่มเลือดในเส้นเลือด ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ลงได้ อีกทั้งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในหัวใจ
  5. สารประกอบเยอร์มาเนียม (Germanium, Gecontents) เยอร์มาเนียมเป็นธาตุแข็ง ซึ่งพบในโสมทั้ไป และพบมากในเห็ดหลินจือ  ช่วยลดปริมาณการใช้ออกซิเจนในการเก็บกวาดของเสียในร่างกาย กำจัดสารพิษและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เสริมสร้างขบวนการทำงานของร่างกายให้ปกติ
ในปัจจุบันได้เกิดการตื่นตัวและศึกษาค้นคว้าเห็ดหลินจือกันหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี มาเลเซีย ประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ซึ่งประเทศไทยก็ได้มีการวิจัยเห็ดหลินจือ เพื่อนำมาพัฒนาและใช้ประโยชน์ เช่น 
คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการศึกษา “คุณภาพและปริมาณสารสำคัญของดอกเห็ดและสปอร์เห็ดหลินจือที่ปลูกในประเทศ ไทยอีกทั้งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ 11 ภาคีดำเนินการศึกษาวิจัย
“เห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในประเทศไทยที่มีผลต่อการต้านมะเร็ง” เป็นต้น
                       ขอบคุณข้อมูลประกอบบทความจากรองศาสตราจารย์ ดรนพมาศ สุนทรเจริญนนท์ ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ,ดรพวงเพชร พูนทรัพย์ งานวิจัยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และเว็บไซต์ www.it-gateways.com
 
 
ชะเอมเทศ  
พืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เป็นยาขับเสมหะทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ แก้น้ำลายเหนียว แก้คอแห้ง ขับลม แก้คัน บำรุงร่างกายแบบพื้นบ้านมาตั้งแต่โบราณ แต่ในปัจจุบันมีงานวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของชะเอมเทศในด้านต่างๆ ด้วยสารและสรรพคุณทางยา ดังนี้
 

  1. สารกลีซีร์ริซิน (Glycyrrhizin) จะกระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนให้ผลิตฮอร์โมนบางชนิด จึงช่วยรักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรังปวดกล้ามเนื้อ และความผิดปกติอื่นๆ ที่เกิดจากฮอร์โมนคอร์ติโซลจากต่อมหมวกไต พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
  2. สารกลีเซอเรตินิค แอซิด (Glycyrrhetinic acid) ช่วยลดการอักเสบ ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับสารสเตอรอยด์ แต่่ไม่ใช่สเตอรอยด์ จึงถูกนำมาใช้รักษาอาการอักเสบชนิดต่างๆ โดยนำมาใช้ร่วมกับสมุนไพรตัวอื่นๆ เพื่อผสมผสานออกมาเป็นยาแก้การอักเสบ สำหรับแต่ละกรณีไป

ซึ่งจากสรรพคุณดังกล่าวทำให้มีการนำสารสกัดจากชะเอมเทศไปมีส่วนในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการใช้สารสกัดจากรากชะเอมเทศรักษาตับอักเสบมานานกว่า 20 ปี โดยมีการศึกษาทางคลินิกพบว่ารากชะเอมเทศช่วยลดระดับเอนไซม์ตับ (amino-transferase) ทำให้เซลล์ตับดีขึ้น เป็นต้น
                      ขอบคุณข้อมูลประกอบบทความจาก สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเว็บไซต์ http://liqourice-thai.blogspot.com/

อ.ย. เลขที่ 74-2-03357-6-0005 

ความเห็น
0